ไม่ทราบว่าความร้อนที่หน้าปัดรถชี้ที่ตำแหน่งไหนตอนความร้อนที่smart guageอยู่ที่100ครับ
ขออนุญาต ตอบแทนป๋าตาล 100-101c เท่าที่ลองกัน เข็มความร้อน ไม่ขยับครับ ยังคงอยู่เท่าเดิม : )))
แล้วอย่างนี้จะถือว่าเครื่อง over heat มั๊ยครับ
แล้วจริงๆอนุภูมิของเครื่องตอน over heat อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ
แล้วคนที่ติดกล่องแต่ไม่ได้ติด smart guage จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องมัน heat ครับ
สรุปว่าวัดความร้อนบนหน้าปัดรถเราเชื่อถือได้มั๊ยครับ รบกวนหน่อย
ทีละประเด็นนะครับ
เรื่อง over heat ในระดับความร้อนประมาณ 100 นิดๆ นั้น เท่าที่ถามจากทั้งทางทีม IFRIT ทั้งทางช่างศูนย์ และทางช่างจาก MMTH พูดคล้ายๆกันคือ ยังไม่ heat ครับ คือความร้อนของเครื่อง VG Turbo นั้นถูกตั้งมาให้ทำงานได้ดี เต็มประสิทธิภาพ และสึกหรอต่ำที่อุณหภูมิ ประมาณ 92-96 ซึ่งก็ใกล้กับ 100 อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อ engine load มากๆเข้า ก็มีโอกาสที่อุณหภูมิ จะไปอยู่ที่ 100 หรือมากกว่านิดหน่อยได้ (ไม่จำเป็นต้องติดกล่องนะครับ แค่ขึ้นทางชันยาวๆ หรือบรรทุกหนักมากๆ เครื่องเดิมๆ ความร้อนก็อยู่ใกล้ 100 แล้วครับ) ส่วนเรื่องความร้อนที่เรียกว่าฮีท ทางช่างที่ศูนย์บอกว่าอยู่ที่ 120 ครับ เนื่องจากน้ำในหม้อน้ำเรามีทั้งสารหล่อเย็น ที่อุณหภูมิ 100 นิดๆ น้ำในหม้อน้ำจึงยังไม่เดือด ไม่เหมือนกับที่เราต้มน้ำในหม้อครับนั่นเป็นน้ำธรรมดา ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ถามมานะครับ และผู้ตอบก็ตอบด้วยการ "เล่าให้ฟัง" ไม่ได้มีหลักฐานเป็นเอกสารยืนยัน ดังนั้นอาจต้องรอว่ามีผู้รู้ท่านใดมีความเห็นที่แตกต่างมาเพิ่มเติมหรือไม่นะครับ
ส่วนเรื่องเกจวัดความร้อนบนหน้าปัดน้องปาเรา กับ smart gauge นั้นการวัดความร้อนต่างกันครับ Smart Gauge เป็นระบบ Digital ที่อ่านค่าจาก ECU ซึ่งจะมีความไวต่อการขึ้นลงของความร้อนมากกว่า gauge ที่อยู่บนหน้าปัดรถครับ เพียงแค่ความร้อนขยับขึ้น Smart gauge ก็จะแสดงผลว่าความร้อนขึ้นทันที แต่ gauge ที่หน้าปัดน้องปานั้นต้องมี "ความร้อนสะสม" อยู่ระยะเวลาหนึ่งเข็มจึงจะเริ่มขยับครับ ดังนั้นถ้าความร้อนสูงขึ้นเพียงชั่วขณะ แล้วกลับลงมา จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม (เช่น ลมเข้ากระจังหน้าช่วยระบายความร้อน หรือระบบพัดลมทำงาน) gauge ที่หน้าปัดน้องปาก็จะไม่ค่อยขยับไปไหนครับ เพราะฉนั้น Smart gauge จะทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าว่าอุณหภูมิสูงขึ้นแล้วนะ ก่อนที่มันจะ over heat จริงๆ ส่วน gauge ที่หน้าปัดน้องปา กว่าจะขยับขึ้นมา เครื่องคงใกล้จะ over heat แล้วหละครับ สำหรับความน่าเชื่อถือ ผมว่าเชื่อถือได้ทั้งคู่ แต่อย่างที่บอก smart gauge sensitive กับการเปลี่ยนแปลงของความร้อนมากกว่าเท่านั้นเอง
สำหรับเรื่องการติดกล่อง กับ Smart Gauge นี่เป็นเหตุผลหลักอันหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกติด IFRIT ครับ คือเราต้องเข้าใจว่าการติดกล่อง ทำให้รถแรงขึ้น เพิ่มกำลังของรถให้มากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการเพิ่มการจ่ายน้ำมันมากขึ้น การจ่ายน้ำมันให้กระจายมากขึ้น หรือการเพิ่มแรงดันในรางให้มากขึ้น ฯลฯ ทั้งหมดนั้นเราทำให้เครื่องยนต์เราทำงานมากขึ้นกว่าที่ตั้งมาจากโรงงาน เมื่อมีการจุดระเบิดมากขึ้น รุนแรงขึ้น ความร้อนก็เป็นสิ่งที่มีมากขึ้นตามมา มันเป็นธรรมชาติครับ ไม่มีใครไปฝืนมันได้ ทีนี้การติดกล่องโดยไม่มี gauge แน่นอนครับ เราก็ไม่รู้หรอกครับว่าความร้อนมันขึ้นมาหรือไม่ เพราะในสภาวะปกติที่เครื่องยังอยู่ในสภาพดี ยังรองรับการทำงานที่มากขึ้นไหว พอความร้อนขึ้น ระบบระบายความร้อนก็ทำงานตามหน้าที่ของมัน เข็มที่ gauge หน้าปัดน้องปาก็ไม่ค่อยขยับ ทีนี้ถ้าขับธรรมดาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ธรรมดาคือ ติดกล่องมาแล้ว มันมาก เหยียบกระจาย และเห็นว่าความร้อนที่ gauge หน้าปัดก็ไม่ขึ้น ก็เหยียบกระจายกันเข้าไปอีก เมื่อเครื่องรับภาระมากๆเป็นเวลานานๆ พอมันไม่ไหว ถ้าต้องรอจนเข็มที่ gauge หน้าปัดน้องปาขยับขึ้น ก็คือมันมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์แล้ว หรือบางทีอาจพังไปแล้วก็ได้ครับ ทีนี้กับคำถามที่ว่าติดกล่องแล้ว ไม่มี Smart gauge จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องมัน heat คำตอบคือรู้ได้ครับ จากเจ้าเข็มของ gauge ที่หน้าปัดน้องปานั่นแหละครับ คือถ้าเครื่อง over heat เข็มก็จะขึ้นไปจนจะถึงขีดแดงนั่นแหละครับ นั่นก็แปลว่า over heat แล้ว ส่วน Smart gauge นั้นการที่ความร้อนที่ Smart gauge ขึ้นมาที่ 100 หรือแม้แต่มันจะร้องเตือน ก็ไม่ได้แปลว่าเครื่อง over heat นะครับ แต่มันหมายความว่า เราควรจะยกเท้าออกจากคันเร่งได้แล้ว ผ่อนเครื่องนิดนึง ให้เครื่องได้ระบายความร้อนไปนิดนึง เดี๋ยวค่อยเหยียบต่อครับ เพราะถ้ากดต่อไปโดยไม่ยก "มันจะ over heat นะจ๊ะ !!!!!" เพราะฉนั้น Smart Gauge ไม่ได้ติดมาเพื่อบอกว่าเครื่อง over heat หรือไม่นะครับ แต่บอกเราว่าเมื่อไหร่เรากดได้ เมื่อไหร่ควรยก ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้เครื่องมันอยู่กับเราให้นานที่สุดครับ
ที่ผมเลือกติด IFRIT เพราะ ผมชอบที่ concept ของเขาคือให้รถมันแรงขึ้น (บ้าง) แต่ต้องไม่ทำลายรถ การมี Smart gauge มาด้วยเป็นตัวช่วยบอกชั้นดีครับ คือ Smart Gauge มัน sensitive กับความร้อนที่เปลี่ยนแปลงมาก ก็จะทำให้เรารู้ว่าเราเหยียบมาขนาดนี้ความร้อนเริ่มขึ้นแล้วนะ จะได้รู้ว่าได้เวลาที่เราจะต้องยกบ้าง เพลาการเหยียบลงนิดนึง ให้ระบบระบายความร้อนได้ทำหน้าที่ช่วยระบายความร้อนบ้าง ไม่ใช่ตะบี้ตะบันอัดเข้าไป ระบบระบายความร้อนระบายไม่ทันก็ยังไม่ยก เหยียบจนน้ำดันเครื่องพังกันไปก็มากมายครับ ถ้าระดับความร้อนประมาณ 100 นิดๆ เป็นสิ่งที่ทางช่างบอกว่า "ยังปกติ" "ยังไม่ heat" ความร้อนระดับนี้ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ครับ ตราบเท่าที่ความร้อนขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วหยุด คงที่ และเมื่อเรายกคันเร่งแล้ว มีแนวโน้มที่ลดลง แสดงว่าระบบระบายความร้อนยังทำงานได้ดี เครื่องยังเป็นปกติ แต่ถ้าความร้อนมันขึ้นแล้วไม่หยุด ยกแล้วไม่ลง อันนี้มีเสียวแล้วครับ โดยส่วนตัวนะครับ ผมว่าการติดกล่องแล้ว Smart gauge เป็นสิ่งที่น่าติดครับ ช่วยให้เราขับสนุกกับกล่องในขณะเดียวกันก็ถนอมเครื่องยนต์ให้อยู่กับเรานานๆครับ ในอดีตผมเคยแล้วครับ กล่องที่ไหนเขาบอกว่าแรง เพิ่มแรงม้าเยอะๆ ออกตัวจีดจ๊าดประเภทเอียดกัน 2 เกียร์ ก็ไปจัดมา เวลาขับก็มันครับ เหยียบเข้าไป อัดเข้าไป ไม่ได้สนใจว่าจะต้องมี gauge วัดค่าต่างๆของเครื่องเพื่อถนอนเครื่องไว้บ้าง สุดท้ายก็ "พังคาเท้า" ครับ ทั้งหมดเป็นความเห็นและมุมมองส่วนตัวนะครับ ไม่ได้ตั้งใจ cheer สินค้าของใคร หรือ discredit สินค้าของผู้ใดนะครับ
สำหรับข้อมูลด้านบน ต้องขอบคุณ พี่ปอนด์ IFRIT ป๋านะ ป๋าอ๊อด ช่างของ MMTH ที่ให้ความรู้ผมมาตลอดครับ (ต้องให้ credit ผู้ให้ความรู้ซักหน่อยครับ)